<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3433663526430987055</id><updated>2011-09-08T20:54:32.052+07:00</updated><category term='เรื่องของหมาชิโร่'/><category term='หมาร่าหมาหรอด ทักทายเืพื่อนๆ'/><category term='ชิโร่..หมาคอนโด'/><title type='text'>หมาร่าหมาหรอด</title><subtitle type='html'>เรื่องของหมาร่า กับ หมาโร่</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://maramarod.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3433663526430987055/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://maramarod.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>หมาร่าหมาหรอด</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06790062922674132014</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_THp3vXOUlmI/S08X-naxgoI/AAAAAAAAAAU/XjqoR3_lmtU/S220/diow_yellow.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3433663526430987055.post-33513816509257861</id><published>2010-01-14T20:14:00.000+07:00</published><updated>2010-01-16T14:33:45.835+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องของหมาชิโร่'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ชิโร่..หมาคอนโด'/><title type='text'>ชิโร่..หมาคอนโด</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.shirodog.com/06_condodog/01_shih-tzu.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 240px; height: 239px;" src="http://www.shirodog.com/06_condodog/01_shih-tzu.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ห&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;มาชิสุ (Shih-Tzu) ในสายตาคนทั่วไป คือ สุนัขตัวเล็กๆหน้าตาน่าเอ็นดู ตาบ้องแบ๊วขนฟูยาวสลวยที่ได้รับการจัดแต่งทรงขนเป็นอย่างดี มัด1จุกบ้าง2จุกบ้าง ลักษณะเหมือนตุ๊กตาหมา มักมีนิสัยเชิดหยิ่งไฮโซเหมือนคุณนาย(ทั้งตัวผู้ตัวเมีย) จับไปวางตรงไหนก็จะนั่งอยู่ตรงนั้น บางตัวจะมีซุกซนบ้างแต่ส่วนใหญ่จะอยู่เฉย นั่งๆนอนๆ  คาดว่านิสัยเย่อหยิ่งจองหองนี้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของมัน สมัยอยู่กับพระนางซูสีไทเฮาเมื่อหลายพันปีก่อนนู๊น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แต่ที่กล่าวมานั้น ไม่ใช่เลยสำหรับหมาชิสุที่มีนามว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ชิโร่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ด้วยขนาดที่อ้วนปั้กหนักถึง10กิโล ซึ่งมากชิสุทั่วไปสองเท่า แต่ตัดขนสั้นจุ๊ดจู๋แบบสกินเฮด โกนจุก โกนเท้า ตัดผมบ็อบและหน้าตาที่ยียวนกวนประสาทเหล่าbreeder เป็นที่สุด ใครที่พบเห็นต่างก็อุทานว่า "มันเป็นพันธ์อะไรกันละนั่น"  "ต๊าย..หมาทำผมบ๊อบ"  "โถ หมาเกรียน น่าสงสารตาแป๋วเชียว" "นี่พันธ์อะไรคะปักกิ่งผสมหมาจูหรือเปล่า"  "ชิสุหรือชิฉุกันแน่  เอ๊..สงสัยเป็นชิสุ-กร ฮะๆ" ฯลฯ ซึ่งทำความเจ็บช้ำน้ำใจให้เจ้าของซึ่งคือผมเองอย่างยิ่งยวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เจ้าโร่เป็นแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการกลั่นแกล้งของผมเลยแม้แต่น้อย  แต่ด้วยพยาธิสภาพของการอยู่อาศัยทำให้ชิโร่ต้องถูกปรับจูนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นตึกสูงกลางเมือง.. ใช่แล้วครับ ผมอยู่คอนโดมิเนียมชั้น30 ที่เป็นที่เกิดเรื่องราวและวีรกรรมสุดแสบของเจ้าหมาอ้วน &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;'ชิโร่'&lt;/span&gt; หมาคอนโดตัวนี้&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/04_shiro_retouch.jpg" /&gt;&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ผ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;มได้เจ้าชิโร่มาด้วยความบังเอิญโดยแท้ เมื่อ8ปีก่อน ชิโร่วัย2เดือน ถูกเจ้าของเก่าของมันเอามาฝากไว้ที่คอนโดผมเพื่อรอการส่งมอบให้เพื่อนอีกคนนึง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิคบางประการ  เพื่อนที่แสดงความจำนงรับหมาเกิดเปลี่ยนใจไม่เอา  แต่เมื่อผมจะส่งหมาคืน  เจ้าของเดิมดันไม่แสดงความจำนงรับกลับ (อ้าว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"เนี่ย..แม่นังหนอมเค้าไม่ให้หนอมเลี้ยงหมาอ่ะ  เต้ยมาเอาคืนไปเหอะนะ"&lt;/span&gt; ผมบอกน้องเต้ย เจ้าของเดิมชิโร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"หมาตัวนี้ไม่ใช่หมาเต้ยหรอก ของพี่ชายเต้ยอ่ะ เต้ยไปขอเค้ามาให้แล้วไม่เอาได้ไง เค้าตัดใจแล้วนะ ตอนยกให้อ่ะเค้าทำใจอยู่ตั้งสองวัน มาเอาคืนไปแบบนี้เค้าเสียความรู้สึกง่ะ เนี่ยตัวสุดท้ายในครอกแล้ว ให้แล้วให้เลยไม่รับคืน"&lt;/span&gt; เจ้าเต้ยแถลงหน้าตาเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"อ้าวเฮ้ย แบบนี้ก็สวยเด่ะ อีหนอมก็ไม่เอา พี่ชายแกก็ไม่เอา แล้วใครจะเลี้ยงเจ้านี่ล่ะ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"พี่ก็รับเลี้ยงเองไปเลยจิ  เพิ่งย้ายมาอยู่คอนโดไม่ใช่เหรอ จะได้เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา อยู่กะพี่ต๋อมสองคนเบื่อตายชัก เนี่ยรับไว้เหอะ หมาดี มีเพ็ดดีกรีด้วยแต่หาไม่เจอ พี่เอาไปเลี้ยงก่อนละกันนะ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีงี้ด้วยวุ้ย คอนโดส่วนมากเขาไม่ให้เลี้ยงหมาอ่ะใครๆก็รู้ แล้วทีนี้จะทำไงดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"งั้นพี่จะลองแอบเลี้ยงไปก่อนนะ ซักสองสามวันคงไม่เป็นไร ไว้เผื่อแม่อีหนอมเปลี่ยนใจ หรือถ้าไม่ได้ก็หาคนมารับช่วงต่อไปละกัน"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตอบไปโดยไม่คิดเลยว่า หลังจากนั้น  จากสองสามวัน ก็กลายเป็นสองสามสัปดาห์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็กลายเป็นสองสามเดือน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็กลายเป็น..สองสามปี...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุด แม่อีหนอมก็เปลี่ยนใจยอมให้เลี้ยงหมาจริงๆแหละครับ  แต่เธอไม่ได้กลับมารับชิโร่ แต่ไปเอาเวสตี้น่ารักมีใบเพ็ดดีกรีของจริงมาเลี้ยงแทน ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะได้ตกหลุมรักเจ้าชิโร่ไปเรียบร้อยแล้ว  อันที่จริงผมตกร่องปล่องชิ้นกับมันตั้งแต่สองอาทิตย์แรกด้วยซ้ำ อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไป 8 ปี ถึงวันนี้ผมก็ยังเลี้ยง..และคง(ต้อง)เลี้ยงชิโร่ไปเรื่อยๆ.. T_T&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มันน่ารักนี่ครับ  ดูสิครับหน้าทะเล้นขนาดนี้ไม่ให้หลงรักยังไงไหว ^^'&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/03_shiro_flower2.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/03_shiro_condo.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/03_shiro_flower.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;.................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ารเลี้ยงสุนัขยุ่งยากกว่าการเลี้ยงปลา ผมซึ่งชีวิตนี้เคยเลี้ยงหมาครั้งสุดท้ายเมื่อตอนเด็กๆ พอมาเลี้ยงอีกครั้งเมื่อวัยรุ่นตอนปลายแบบนี้ก็เหมือนเริ่มต้นใหม่หมด  ยิ่งต้องหลบซ่อนเลี้ยงในคอนโดแบบนี้ยิ่งวุ่นวาย ตอนเป็นหมาตัวเล็กๆก็พอถูไถไปได้อยู่ เริ่มด้วยการฝึกให้อึฉี่เป็นที่เป็นทาง โดยผมยกระเบียงด้านนึงไว้เป็นพื้นที่ขับถ่ายของชิโร่  ด้วยความฉลาดของเจ้าหมา หัดอยู่ไม่กี่วันชิโร่ก็รู้ว่าตรงไหนคือส้วมตรงไหนคือบ้าน ผมเลือกซื้ออาหารเม็ดเฉพาะที่โฆษณาว่ากินแล้วอึจะสวยงามกลิ่นชวนดมเก็บง่าย ส่วนจะขนสวยสุขภาพดียังไงไว้ที่หลัง เอาอึหอมไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอชิโร่เริ่มโตขึ้น วินาศภัยเริ่มเข้ามาเยี่ยมเยียนเคหสถานของผมตามขนาดตัวหมา ด้วยพลังฉี่และพลังกัดแทะข่มขูดของมัน แม้ชิโร่จะฉี่เมื่อมันปวดก็จริง แต่มันจะมีก๊อกสำรอง เอาไว้มาร์กจุดต่างๆ ตามนิสัยหมาตัวผู้  ยิ่งถ้ามันไม่ได้ดั่งใจหรือผมไม่อยู่บ้านแล้วไม่พามันออกไปด้วย มันจะแกล้งปล่อยฉี่ชนิดเต็มรูปแบบใส่เฟอร์นิเจอร์ทันที ไม่ว่าจะเป็นขาโต๊ะ มุมห้อง บนโซฟา หรือบนเตียงนอนซึ่งมันปีนขึ้นได้อย่างสบาย แม้แต่บนโต๊ะกินข้าวมันก็ขึ้นไปฉี่มาแล้ว จำนวนจุดฉี่จะผันแปรตามเวลาที่ปล่อยมันทิ้งไว้บ้าน  ถ้าไปแป๊บเดียวก็1จุด ถ้าเป็นชั่วโมงก็สองสามจุด ถ้าปล่อยไว้ทั้งวันก็เต็มบ้านละครับยิ่งกว่าตลาดหุ้นอีก สมญานามอีกอย่างของมันคือ &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 255, 255);"&gt;'ชิโร่ฉี่ร้อยจุด'&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดเวลาที่เลี้ยงมา  ชิโร่ถล่มโซฟาของผมพังไปสามชุด  พื้นปาเก้เยินจนต้องเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้อง กัดข้าวของที่วางเกะกะสายตาของคุณท่าน และขูดประตูทุกบานในห้องจนกลายเป็นงานศิลปะไม้เก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่ทำความยุ่งยากในการเลี้ยงที่สุดคือ&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเห่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมาพูดไม่ได้แต่เห่าได้ ดังนั้นเมื่อมันต้องการอะไรมันก็เห่า&lt;br /&gt;มีงานวิจัยว่าสุนัขมีความฉลาดเท่าเด็ก5ขวบ  ซึ่งผมก็ว่าจริง หรือเผลอๆจะมากกว่าอีก เวลาชิโร่อยากได้อะไรมันจะเห่าแถมพยักเพยิดไปทางนั้น เช่น มันไปยืนเห่าหน้าตู้ แล้วมองหน้าผม แล้วมองตู้ แล้วเห่า สลับไปมา แปลว่ามันอยากได้ขนมในตู้ จงไปหยิบให้หน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิโร่มีการเห่าหลายแบบ เห่าสั่ง เห่าอ้อน เห่าข่มขู่ เห่าไล่รปภ.แม่บ้านและเด็กส่งอาหาร หรือแม้แต่เห่าเฉยๆซึ่งคนเลี้ยงจะต้องสังเกตเอาเองว่าท่านจะเอาอะไรจะได้หามาสนองท่าน  บางทีผมก็คิดเหมือนกันว่าผมเป็นเจ้านายหรือลูกน้องมันกันแน่ ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบคือ ผมตกเป็นทาสรับใช้หมาไปเรียบร้อยแล้ว หุหุ  แต่ความจริงก็คือ ผมกลัวมันส่งเสียงดังน่ะครับ  กลัวข้างห้องจะโวย กลัวคนจับได้ว่าแอบเลี้ยงหมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และสิ่งที่ผมกลัวก็เป็นจริง&lt;br /&gt;..................................&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/02_shirothedog.jpg" align="left" /&gt;บ่ายวันหนึ่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"สวัสดีครับ"&lt;/span&gt; เสียงทักทายจากยามเฝ้าคอนโด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มีไรครับ คุณรปภ." ผมทำหน้ามึนใส่ยาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"คือว่า มีคนแจ้งว่าห้องพี่เลี้ยงสุนัข.."&lt;/span&gt;  ยามเฝ้าคอนโดแจ้งข้อกล่าวหาที่ผมไม่อยากได้ยิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เอ่อ..ยังไงกันครับ มีเหรอครับ หมาที่ไหนกันครับ หัวหน้า"  ผมพูดพลางจับหางหมาชิโร่ที่วิ่งออกมาทักทายยามที่เพิ่งถูกผมเลื่อนตำแหน่งให้หมาดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รปภ.หน้าแก่ยิ้มแก้มปริ &lt;span style="font-style: italic;"&gt;"แหมๆๆ พี่ แล้วข้างหลังนั่นตัวอะไรล่ะครับสงสัยจะเป็นแมวเนอะ อ้วนฟูเชียว  เอางี้ พี่ลงไปคุยกับผู้จัดการตึกดีกว่าครับ ผมมาบอกพี่แค่นี้แหละ พี่ลงไปคุยเองละกัน"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากรปภ.กลับไป ผมก็มาปรึกษาคุณมามี๊ชิโร่ว่าจะทำยังไงกันดี ในที่สุดก็ตัดสินใจว่า ลองเจรจากับทางตึกดีกว่าจะหลบๆซ่อนๆต่อไป เพราะขนาดตัวเจ้าโร่ไม่ได้น้อยเลยแถมยังตัวโตขึ้นเรื่อยๆ เวลาเดินเข้าตึกคนต้องเห็น แผนการแอบเอาหมาใส่กระสอบเสื้อใบหยกหรือซ่อนในพุงทำเป็นท้องคงไม่สำเร็จแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้จัดการนิติเป็นชายวัยกลางคนท่าทางไม่น่าไว้ใจ หมอมีสมุดเล่มหนาที่เขียนว่า &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;'ระเบียบการอยู่อาศัยในอาคารชุด'&lt;/span&gt; วางไว้ข้างตัว หลังจากกล่าวทักทายพร้อมเชิญให้ผมนั่ง การเจรจาก็เริ่มต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"กฏของคอนโดมิเนียมข้อ 13 ระบุว่าห้ามเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดในคอนโด" ผู้จัดการประกาศ "ยังไงรบกวนให้ความร่วมมือด้วยครับ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เอ ถ้าผมเลี้ยงปลาตู้ แบบนี้จะผิดกฏหรือปล่าวครับ คุณผู้จัดการ" ผมคิดหาทางออกสุดชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"เลี้ยงปลาก็น่าจะได้  ที่สำนักงานนี่ก็มีตู้ปลาตั้งอยู่ตรงนู๊น"&lt;/span&gt; ผู้จัดการชี้มือไปที่ข้างประตูมีตู้กระจกขนาดย่อมมีปลาทองว่ายอยู่สองสามตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าว แบบนี้นิติบุคคลก็ทำผิดเองสิครับ ไหนว่ากฏคอนโดไม่ให้เลี้ยงสัตว์ไง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้จัดการสะดุ้ง&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"เอ่อ..ที่กฏห้ามไว้น่ะหมายถึงสุนัขหรือแมวนะครับ เพราะมันส่งเสียงเห่ารบกวนเพื่อนบ้าน ถ้าคุณเลี้ยงปลาแล้วปลาคุณเห่าเราก็ไม่ให้เลี้ยงเหมือนกัน"&lt;/span&gt; ผู้จัดการคำราม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แผนขั้นที่1ไม่ได้ผล ผมเริ่มขั้นต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เนี่ย ทำไมคอนโดข้างตึกเราเขาเลี้ยงหมากันได้ละครับ  มีทั้งโกลเด้น ลาบาดอร์ ตัวใหญ่ๆ ฝรั่งเดินจูงขึ้นลงตึกเดินเล่นกันเพียบเลย เราน่าจะเอาอย่างเขาบ้างนะ ผมเห็นเมืองนอกตึกใหญ่ๆที่ไหนเขาก็ให้เลี้ยงหมากันทั้งนั้น จริงไหมครับผู้อำนวยการ" ผมอ้างพร้อมเลื่อนยศให้ผู้จัดการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"นั่นมันเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ไฮโซครับ ค่าเช่าเขาอย่างต่ำๆเดือนละตั้งห้าหมื่น ผมไปถามมาแล้ว ที่โน่นเขาให้เลี้ยงแต่ที่นี่ไม่ได้ แล้วก็ผมเป็นผู้จัดการนิติไม่ใช่ผู้อำนวยการ"&lt;/span&gt; ผจก.ปฏิเสธตำแหน่งผอ.ที่ผมมอบให้อย่างไม่มีเยื่อใย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อแผนขั้น2ไม่เวิร์ก ผมจึงเริ่มไม้ตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากก้มลงไปป้ายหัวหอมที่เตรียมมาเรียบร้อย ผมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับท่านผอ.&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"ผมขอพูดตามตรงเลยละกัน พวกเราไม่ได้อยากทำผิดกฏหรอกครับ คืองี้ ภรรยาผมเขาอยากมีลูกมากแต่มีไม่ได้เพราะเป็นเนื้องอกในรังไข่อ่ะครับ แฟนผมเค้าเสียใจมากจนเป็นโรคซึมเศร้าไปเลย คุณหมอก็เลยแนะนำให้เลี้ยงหมาเป็นลูกแทน ไม่งั้นอาจถึงขั้นเป็นโรคจิตได้ เนี่ยเราสองคนเลยจำเป็นต้องแอบเลี้ยงหมา"&lt;/span&gt; ผมอ้างด้วยน้ำตาคลอเบ้า &lt;span style="font-style: italic;"&gt;"คนโรคจิตบางทีก็ทำร้ายตัวเอง และทำร้ายผู้อื่น อันตรายนะครับ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คู่สนทนาของผมเริ่มมีอาการลังเล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกระโดดพรวดข้ามโต๊ะไปเกาะแขนผจก.ด้วยแววตาที่สามารถละลายคนใจหินที่สุดในโลกได้&lt;br /&gt;"ให้ผมเลี้ยงเถอะนะครับ ผมกะแฟนรักหมาตัวนี้มากๆ ม๊ากมาก แล้วน้องหมามันก็รักพวกเรามากๆๆๆเนี่ยถ้าเราต้องพรากจากกันตอนนี้หมามันต้องตรอมใจตายแน่นแน่ ผู้จัดการใจดีคงไม่ปล่อยให้ลูกหมาตาดำๆต้องตายใช่ไม๊ครับนะครับนะครับนึกว่าทำบุญเถอะน้าๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้จัดการสลัดหนีการเกาะกุมของผมและทำหน้าเหนื่อยหน่าย&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"เฮ้อ..เล่นกันยังงี้เลยเหรอ"&lt;/span&gt; แกบ่นพึมพำ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"เอางี้ละกัน เอาเป็นว่าให้เลี้ยงได้เฉพาะหมาตัวนี้นะครับ ห้ามเอามาเลี้ยงเพิ่ม แล้วก็ต้องทำตามข้อตกลงของที่นี่ด้วย นี่นับว่าโชคดีนะที่ในกฏข้อ 49 ระบุไว้ว่า การอลุ้มอล่วยกฏข้อบังคับให้เป็นอำนาจของผู้จัดการนิติจะพิจารณาตามสมควร"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เย้ๆๆ ท่านประธานใจดีจังครับ ขอบคุณมากๆๆๆ" ผมกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อตกลงระหว่างผมกับสำนักงานนิติฯคือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1. ให้เลี้ยงหมาอยู่ในห้องเท่านั้น ห้ามปล่อยออกมาที่โถงทางเดินหน้าลิฟท์เด็ดขาด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2. ห้ามพาหมาเดินเพ่นพ่านในพื้นที่ส่วนกลางอันได้แก่ โถงล๊อบบี้ สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนสและสวนหย่อม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;3. ถ้าจะพาหมาลงมาเดินเล่นข้างนอก ให้ใช้ลิฟท์ขนของในการขึ้นลง และต้องอุ้มไว้ตลอด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;4. ห้ามมิให้หมาส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน ถ้าโดนร้องเรียนจะต้องเอาหมาออกไปทันที&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;5. ได้รับการยอมให้เลี้ยงเป็นกรณีเฉพาะเท่านั้น ห้ามเลี้ยงเพิ่มแม้แต่ตัวเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุด ชิโร่ก็ได้รับอนุญาตให้อยู่ในคอนโดได้ด้วยประการฉะนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/05_shiro_friends.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ค&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;อนโดมิเนียมผมแม้จะมี 2 ห้องนอน และมีห้องนั่งเล่น แต่นั่นสำหรับนั่งเล่น ไม่ใช่ไว้วิ่งเล่น&lt;br /&gt;ผมจึงต้องพาชิโร่ลงไปเดินออกกำลังตามถนนตรอกซอกซอยใกล้บ้าน บางทีก็เดินเลี้ยวเข้าไปในมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งที่นี่เขายอมให้หมาเข้าได้ มีเพื่อนหมาๆเดินกันอยู่หลายตัว เจ้าของหมาต่างก็ช่วยดูแลสถานที่โดยมีถุงเก็บอึกันทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยที่ชิโร่ยังขนยาวอยู่นั้น เมื่อกลับจากวิ่งเล่นข้างนอกบ้าน กว่าจะทำความสะอาดเสร็จต้องใช้เวลามาก  เพราะไม่ใช่แค่ล้างเท้าอย่างเดียว ยังต้องล้างขา ล้างหนวด ล้างพุง ล้างก้น อันที่จริงเกือบจะเป็นการอาบน้ำแล้วแหละเพราะเหลือบริเวณหลังเท่านั้นที่ไม่เปียก แถมยังต้องเป่าขนอีกเป็นชั่วโมง ไม่ล้างก็ไม่ได้เพราะถ้ามันเอาก้นเปื้อนอึบุกขึ้นเตียง คราวนี้ต้องซักทั้งเซ็ทผ้าปูที่นอน และซักหมาด้วย กลายเป็นซวย 2 เด้งไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระท่านว่า จะดับทุกข์ ต้องตัดต้นเหตุแห่งทุกข์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้ผมจึงทดลองเอาเจ้าชิโร่ไปตัดขนให้สั้นลง เพื่อหวังว่าการลดปริมาณทุกข์ย่อมทำให้ช่วงเวลาแห่งทุกข์สั้นลงด้วย ผมจะได้มีเวลาไปทำมาหากินให้มีความสุขบ้าง เพื่อจะได้เงินมาปรนนิบัติเจ้าหมาอ้วนให้เป็นสุขเป็นสุข(เถิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การตัดขนหมาแสบตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อผมฝากชิโร่ไว้ที่ร้านตัดขนหมา แทบทุกครั้งผมจะได้รับโทรศัพท์ตามตัวให้มารับหมากลับก่อนกำหนดเนื่องจากมันงับมือช่างจนตัดไม่ได้ บางร้านแค่อาบน้ำยังไม่สำเร็จ ผมต้องขับรถไปทั่วกรุงเทพฯเพื่อหาร้านที่ช่างตัดขนมีใจนักสู้ พร้อมจะลุยกับเจ้าหมากระหายเลือดตัวนี้ ร้านไหนใครว่าเจ๋ง ผมต้องพาชิโร่ไปท้าพิสูจน์ทุกที่ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://shirodog.com/condodog/07_shiro_gromming.jpg" align="right" /&gt;มีอยู่ร้านนึง เจ้าของร้านมีดีกรีแชมป์ตัดขนประเทศ ผมไปส่งชิโร่ตั้งแต่เช้า เจ้าของร้านต้อนรับด้วยความยินดีที่ได้ตัดขนหมาดัง ตอนนั้นชิโร่เริ่มมีชื่อเสียงในเวปพันทิป เพราะผมเอารูปมันไปโพสต์แล้วมีแฟนคลับติดตามอยู่บ้าง หลังจากผ่านไป 8 ชั่วโมง ผมแอบดีใจว่า งวดนี้ไม่ยักโดนส่งคืนสงสัยเจอของจริงเข้าแล้วเจ้าโร่เอ๋ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผมไปรับหมาตอนเย็น คุณกระเทยเจ้าของร้านยืนหน้าตูมคอยอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"ตัวแค่นี้แต่ดุมากนะยะ  เนี่ยตัดยากม๊ากกกกก เดี๊ยนเลยต้องออกแบบทรงให้ใหม่เลย"&lt;/span&gt; เจ้าของร้านยื่นหมาชิโร่คืนให้ด้วยมือที่มีพลาสเตอร์พันแผลสดพันอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผมต้องขอโทษด้วยครับ พี่ไม่เจ็บมากใช่ไหมคร้าบ" ผมไหว้ขอโทษปะหลกๆพร้อมนำตัวชิโร่ในทรงแคนดี้จอมแก่นกลับบ้านอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;..............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านตัดขนอีกร้านนึง ใจเย็นเหลือหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"หมาดุ เราต้องนิ่ง เค้างับ เราหยุด เค้าพร้อม เราตัดต่อ"&lt;/span&gt; ช่างตัดขนสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุจแม่ชีศันสนีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่า วันนั้นชิโร่ไม่ได้กลับบ้าน ต้องนอนที่ร้าน เพราะผ่านไปหนึ่งวันช่างเพิ่งจะตัดขนได้สำเร็จแค่ส่วนหัว&lt;br /&gt;และใช้เวลาตัดส่วนอื่นๆอีกสองวัน กว่าผมจะได้รับหมาชิโร่ในสภาพขนเว้าๆแหว่งๆกลับบ้าน ส๊าาา..ธุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านบางร้านก็เหมือนละคอนน้ำเน่าช่อง7 ที่ลูกนางเอกโดนสลับตัวกับตัวร้าย ตอนไปรับหมาผมแทบกริ๊ดเพราะหมาชิโร่กลายเป็นหมาหนังกลับโดนไถขนแบบสกินเฮด แต่เหลือหัวไว้ที่ช่างไม่กล้าตัดกลัวโดนงาบ ดูเผินๆเหมือนดอกกระถิน เมื่อถามไถ่ไล่เรียงดูก็พบว่า ใบสั่งตัดขนของชิโร่ไปสลับกับหมาอีกตัวที่เป็นโรคผิวหนังและโดนคำสั่งกร้อนขนทั้งตัว  เฮ้อ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากตระเวนตัดขนไปทั่ว ผมก็ได้ข้อสรุปทรงขนที่เหมาะสมกับหมาชิโร่ นั่นคือ ตัดขนลำตัวให้สั้นพอประมาณ ตัดหูเป็นทรงบ๊อบสั้น และกร้อนขนเท้าแบบพูเดิ้ล เพื่อมิให้เลอะเวลายกขาฉี่&lt;br /&gt;ช่างที่ออกแบบทรงขนให้บอกว่านี่เรียกว่าทรง &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"Puppy Thai Town"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทรงนี้กลายเป็นที่นิยมในเวลาต่อมา ถึงขนาดมีการปริ๊นท์รูปชิโร่จากในเวป ไปเป็นตัวอย่างในร้านเชียวนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครที่เลี้ยงหมาชิสุ ถ้าขี้เกียจดูแลขนแบบผม จะเอาทรง 'ปั้บปี้ไถเท้า' ของชิโร่ไปลองตัดดูก็ได้นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;......................................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/08_shiro_bite.jpg" align="left" /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ชื่อ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;เสียงการเป็นหมาจอมโหด ชอบงับมือมนุษย์ของชิโร่เลื่องลือไปทั่ว ที่โดนบ่อยๆจะเป็น ยาม แม่บ้าน คนกวาดถนน แม่ค้า เด็กส่งพิซซ่า โดยเฉพาะคนที่แต่งตัวรุ่มร่ามจะโดนบ่อยกว่าคนอื่น  อันที่จริงผมว่าหมาทุกตัวมักมีสัญชาติญาณไม่ไว้ใจคนที่ไม่คุ้นเคยอยู่แล้วแหละ  แต่สำหรับชิโร่ ไม่ว่าจะคุ้นหรือไม่คุ้น มันงาบหมด ยิ่งถ้ามาร้องกริ๊ดกร๊าดจะลูบหัวจะอุ้มมันยิ่งแง่งใส่ ผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อของชิโร่มีมากมาย ตั้งแต่ ดารา นางแบบ เออี หมอฟัน เซเล็บทุกสาขาอาชีพ ต่างก็โดนไอ้หมาแสบงาบกันทั่วหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งมันเคยงับจมูกจีจี้ น้องผู้หญิงหน้าตาดี(มาก) ระหว่างไปเที่ยวเกาะมันนอกกับทริปบริษัทที่ผมทำงานอยู่ เล่นเอาทริปเกือบล่ม โชคดีที่เลือดหยุดไหลซะก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องอีกคนโดนชิโร่กัดเท้า ตอนแรกนึกว่าแผลนิดหน่อย ชิวชิว  สองวันต่อมาต้องแอดมิดโรงพยาบาล เพราะดันไปกัดโดนเส้นเลือดดำ ทำให้แผลอักเสบ T_T&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่ชิโร่จะกัดใครนั้นดูไม่ยากเพราะหนวดมันจะฟูขึ้นมาก่อน บางคนเห็นแบบนี้นึกว่ามันยิ้มให้ซะอีก แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกับมันย่อมรู้ว่านี่คือสัญญาณอันตราย หากไม่หยุดพฤติกรรมยั่วโมโหชิโร่จะงาบอวัยวะชิ้นใดชิ้นหนึ่งของท่านในไม่ช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุที่มีคนตกเป็นเหยื่อชิโร่เยอะก็เพราะความที่มันหน้าตาน่ารักตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยนี่แหละครับ ใครเห็นก็ต้องเอ็นดูอยากจะอุ้มมันทุกรายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำโบราณที่ว่า "เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด" ใช้กับชิโร่ได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/e7nl9jD8PpA&amp;amp;hl=en&amp;amp;fs=1"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/e7nl9jD8PpA&amp;amp;hl=en&amp;amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;................................................................................&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/11_shiro_beach.jpg" /&gt;&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;การที่ชิโร่กลายเป็นหมาดุเช่นนี้ ผมคิดว่าคงเพราะความที่มันเหงา ต้องอยู่ตัวเดียวในคอนโดก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสผมจะพามันออกไปเที่ยวในทุกที่ที่พอจะพาหมาไปได้ มันชอบเที่ยวมาก ชิโร่เคยไปเชียงใหม่ ปาย เพชรบูรณ์ โคราช กาญจนบุรี ระยอง พัทยา หัวหิน ทุกที่ที่อนุญาตให้หมาพัก แต่เท่าที่สังเกตดูมันจะชอบเที่ยวภูเขามากกว่าทะเล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ขึ้นรถ ชิโร่จะตื่นตาตื่นใจมาก มันจะยืนเกาะกระจกชมวิวอย่างไม่รู้เบื่อ แต่ถ้ารถติดไฟแดงมันจะคอยเห่าสิงห์มอเตอร์ไซค์ข้างๆแทน และไม่รู้เป็นอะไรมอไซค์ทุกคันจะต้องทำหน้าลิงหลอกเจ้าใส่ชิโร่ ซึ่งนั่นทำให้มันโมโหขึ้นไปอีก ผลคือ คนในรถก็ขี้หูเต้นระบำกันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่โปรดของชิโร่คือการยืนเกาะหน้าคอนโซล มันชอบช่วยเหลือกดปุ่มต่างๆที่ผมไม่เคยร้องขอ อารมณ์นักบินผู้ช่วยประมาณนั้น เช่น บีบแตรใส่รถคันข้างหน้าแบบนอนสต๊อปจนเขาจะลงมาต่อยเอา  นอกจากนี้ชิโร่ยังชอบปรับช่องแอร์ให้เป่าลมใส่พุงมันคนเดียว  ชอบปิดเปิดวิทยุเล่นแถมด้วยเปลี่ยนสลับคลื่นAM FM ไปมา กดเปิดที่ปัดน้ำฝนในตอนแดดเปรี้ยง กดไฟเลี้ยวตอนวิ่งตรงผ่านสี่แยก กดไฟติ๊กต่อกทั้งที่ไม่มีอะไรemergency (นอกจากตัวมันนั่นแหละ) ฯลฯ ถ้าเป็นเครื่องบินจริงๆนี่รับรองว่าโหม่งโลกแน่นอน ที่สำคัญชิโร่ยังกดปุ่มเลื่อนกระจกหน้าต่างลงเองได้ด้วย ถึงผมจะกดสู้ให้กระจกเลื่อนขึ้น มันจะกดลงพร้อมกับหันมาทำหน้าเยาะเย้ยผม แล้วยื่นหน้าออกไปรับลมเย็นๆให้เป็นที่หวาดเสียวคนขับแต่เป็นที่กริ๊ดกร๊าดของบรรดาสาวๆที่รอรถเมล์ข้างถนนเป็นยิ่งนัก&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/09_shiro_travel.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/10_shiro_travel.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..........................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/13_shirogreentea.gif" align="left" vspace="20" hspace="20" /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ที่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;เล่ามาทั้งหมด ดูเหมือนชิโร่จะมีแต่ความน่ากลัว แต่จริงๆแล้ว ในความน่ากลัวของมันมีความน่ารักแฝงอยู่ไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างแรกคือ มันจะแสดงความดีใจเวลาผมกลับบ้านอย่างออกนอกหน้า ด้วยการพุ่งทะยานออกมาเลียหน้าเลียปากด้วยหน้าตาที่บ่งบอกว่า คิดถึ๊งคิดถึง ราวกับพลัดพรากจากกันไปซักสิบปี ทั้งที่จริงไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ช่วงควอลิตี้ไทม์นี้จะกินเวลาราวหนึ่งนาที หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน ชิโร่จะกลับไปนั่งหมอบประจำการในบีนแบ็กของมันเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความน่ารักอีกอย่างของชิโร่ คือ มันสามารถแสดงโชว์ได้(บ้าง) แม้จะไม่ถึงขั้นหมาประกวด แต่ก็ตลกดี พอขำขำ เช่นท่าเบสิกอย่าง สวัสดี หมอบ หรือจะแอดวานซ์ขึ้นไปอีกขั้นคือ กลิ้งตัวขอขนมได้ แกล้งตายได้ กระโดดไกลด้วยท่ากระรอกบิน  ซึ่งไม่ใช่แต่ผม ใครก็ตามที่มีขนมอยู่ในมือจะให้ชิโร่ทำอะไรทำได้ทุกอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าจะสั่งชิโร่ด้วยมือเปล่านั้น ขอบอกว่ายาก อย่างมากมันจะมานั่งอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะสั่งให้ นั่งลง! หมอบ! กลิ้งตัว! จะได้รับการตอบสนองด้วยสายตาเฉยชาไม่ดุกดิก แต่ถ้ามันหิวอยากกินขนมเมื่อไรชิโร่มันจะมานั่งจ้องหน้าทำตาละห้อย ทำหน้าตาน่าสงสาร ยกมือสวัสดีเองโดยไม่ต้องขอ หรือล้มลงไปกองกะพื้นแกล้งตายโดยไม่ต้องสั่ง ไม่มีใครทนลีลาออดอ้อนของมันได้นาน ซึ่งมันจะกลับไปด้วยขนมเต็มปากทุกครั้ง นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชิโร่ตัวอ้วนตุบ หนักเกินพิกัดหมาชิสุ กลายเป็นชิสุยักษ์ ด้วยเหตุนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/GonvZdppgeM&amp;amp;hl=en&amp;amp;fs=1"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/GonvZdppgeM&amp;amp;hl=en&amp;amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับหน้าที่ประจำของชิโร่ คืองานเฝ้าบ้านนั้น ชิโร่ทำได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง กล่าวคือ มันเห่าใส่ทุกครั้งที่มีเสียงกรอกแกรกอยู่แถวประตู แค่ยามเดินมาตรวจตึกประจำวันมันก็เห่าแล้ว แม่บ้านถูพื้นนอกห้องมันก็เห่า คนเดินผ่านห้องมันก็เห่า ทุกครั้งมันโดนผมดุมันจะจ๋อยแต่ไม่เคยจำ สรุปได้ว่าชิโร่หูดีแต่ความจำสั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ชิโร่ดุแต่ก็ขี้ขลาดสุดๆ ครั้งหนึ่งมีแมลงสาบบินเข้ามาในห้อง มามี๊ชิโร่ร้องกริ๊ดๆ ผมก็วิ่งพล่านหายาฉีด ปรากฏว่า ชิโร่มุดหลบไปอยู่ใต้โซฟาก่อนใคร เฮ้อ ถ้าโจรบุกเข้ามาจริงๆจะไปกัดสู้เขาไหวไม๊เนี่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของชิโร่ ทำให้รูปของมันถูกส่งต่อๆกันกลายเป็นฟอร์เวิดเมล หลายต่อหลายครั้ง ใครที่ชอบรับ e-mail บ่อยๆ น่าจะเคยเห็นรูปชิโร่บ้างละ Fwd.mailที่ฮิตๆบางทีได้ลงหนังสือพิมพ์ก็มี ความอุบาทว์เหล่านี้ล้วนเกิดจากฝีมือผมทั้งนั้น ด้วยความแค้นที่โดนชิโร่ทำร้ายทั้งร่างกาย จิตใจ และสิ่งของ ผมซึ่งไม่มีทางออก จะตีก็สงสารเลยแกล้งซะด้วยวิธีที่ผมถนัด หุหุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/12_shiro_suriyothai.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;ฉากเลียนมในสุริโยไท&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/15_news.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...............................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;จ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ากวันแรกที่ได้ชิโร่มา จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ชิโร่อายุได้ 8 ขวบแล้ว เปรียบเป็นคนก็เกือบจะ 60 ปี แต่มันก็ดูแข็งแรงสมบูรณ์มาก การเลี้ยงหมาในคอนโดสูงๆก็มีข้อดีอย่างนึงคือ สภาพแวดล้อมสะอาด นอนเตียงไม่ได้สัมผัสดิน ไม่มียุง ทำให้โรคภัยไข้เจ็บไม่รบกวน  ชิโร่ไปโรงพยาบาลน้อยมาก ที่เจ็บหนักๆมีหนเดียวคือ ตาเป็นแผลเนื่องจากไปเล่นกะหมาตัวอื่นแล้วโดนข่วน แต่ก็รักษาจนหายสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิโร่แต่งงานแล้ว 3 ครั้ง มีเมีย 3 ตัว กิ๊กอีก 2 ลูก 2 ครอก รวม 9 ตัว ทุกตัวได้มรดกความแสบไปจากพ่อทั้งสิ้น ทุกครั้งที่ชิโร่มีลูกก็ยกให้ฝ่ายเจ้าสาวเขาไปหมด แม้ผมจะอยากเอามาเลี้ยงเพิ่มแต่ก็ไม่ได้เนื่องจากต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคอนโด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/16_wife.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้วันเวลาจะผ่านไป แต่ความรัก ความผูกพันที่เรามีให้แก่กัน ระหว่างผม คุณมามี๊ และชิโร่ ไม่เคยลดน้อยลงเลย ทุกครั้งที่เหนื่อยๆ กลับมาบ้านเห็นหน้าเจ้าหมาแสบก็ให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ถึงบางครั้งมันจะทำของพังเสียหาย กัดแขนกัดขาผมจนพรุน อย่างมากผมก็โกรธมันแป๊บเดียว พอเห็นดวงตาที่เขาจ้องเรา มันเป็นแววตาของความรักที่ไม่มีการเรียกร้องอะไรตอบแทน (นอกจากขนม) เป็นแววตาที่ทุกคนที่เลี้ยงหมาเท่านั้นเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของชิโร่ ชิสุยักษ์ หมาอ้วนยอดแสบ หมาคอนโด แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ชิโร่จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;center&gt;&lt;img src="http://www.shirodog.com/06_condodog/17_shiro_pai.jpg" /&gt;&lt;/center&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...................................&lt;br /&gt;ปล. ผมขอสารภาพว่า จริงๆแล้วภรรยาผมไม่ได้เป็นเนื้องอกหรอกครับ  เราสองคนเพิ่งได้ลูกชายคนแรก(ที่เป็นคนจริงๆ) เพิ่งคลอดได้ 2 เดือน  ตอนนี้ชิโร่ได้น้องชายแล้ว  ยังไม่รู้ว่าชีวิตครอบครัวของเราจะเปลี่ยนไปในรูปแบบไหน ชิโร่จะรักน้องหรือเปล่า จะอิจฉาน้องไม๊ เป็นสิ่งที่ครอบครัวเราต้องเผชิญต่อไป แต่ผมเชื่อว่า ความรักจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เมื่อเรารักกันซะอย่าง อะไรๆมันก็ดีไปหมดละครับ&lt;/span&gt; &lt;img src="http://www.bloggang.com/emo/emo3.gif" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3433663526430987055-33513816509257861?l=maramarod.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://maramarod.blogspot.com/feeds/33513816509257861/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://maramarod.blogspot.com/2010/01/blog-post_14.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3433663526430987055/posts/default/33513816509257861'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3433663526430987055/posts/default/33513816509257861'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://maramarod.blogspot.com/2010/01/blog-post_14.html' title='ชิโร่..หมาคอนโด'/><author><name>หมาร่าหมาหรอด</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06790062922674132014</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_THp3vXOUlmI/S08X-naxgoI/AAAAAAAAAAU/XjqoR3_lmtU/S220/diow_yellow.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3433663526430987055.post-6880401520846583361</id><published>2010-01-14T18:44:00.000+07:00</published><updated>2010-01-14T18:46:41.811+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หมาร่าหมาหรอด ทักทายเืพื่อนๆ'/><title type='text'>ทักทายเพื่อนๆ</title><content type='html'>มาทดลองสร้าง blog ใน blogspot ดูครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3433663526430987055-6880401520846583361?l=maramarod.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://maramarod.blogspot.com/feeds/6880401520846583361/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://maramarod.blogspot.com/2010/01/blog-post.html#comment-form' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3433663526430987055/posts/default/6880401520846583361'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3433663526430987055/posts/default/6880401520846583361'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://maramarod.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='ทักทายเพื่อนๆ'/><author><name>หมาร่าหมาหรอด</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06790062922674132014</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_THp3vXOUlmI/S08X-naxgoI/AAAAAAAAAAU/XjqoR3_lmtU/S220/diow_yellow.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry></feed>
